· หน้าแรก · ตอบกลับ · สถิติ · ลงทะเบียน · ค้นหา · ถาม-ตอบ · ภาษา ·

 XrayThai.Com Webboard —› ถามตอบทั่วไปเกี่ยวกับรังสี —› รู้ไหมทำไมต้องNPO

ผู้เขียนท่านสุดท้าย ข้อความ


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 18:31:59

รู้ไหมทำไมต้อง NPO แล้วค่า Creatinine มีผลต่อการฉีด Contrast อย่างไร เจอคนไข้แล้วตอบไม่ได้น่ะ


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 19:30:02

ตอบตัวเองก็คงไม่ได้ล่ะซิ หาหนังสืออ่านไป เรื่องมันยาว


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 19:37:48

ตอบก็ได้ ขี้เกียจพิม นะเนี่ย Cr เนี่ยมันเป็นค่าปกติที่เกิดจากการสลายของพลังงานของ muscle cretinine phosphate ซึ่งจะถูกขับออกทางไต มันจะมีค่าที่แน่นอน ถ้าค่ามันเปลี่ยนไป แสดงว่าไตทำงานผิดพลาด หรือเสียสมดุลไปแน่นอน
เออลืมบอกไป ไปถามห้องแลป ดิ ไม่น่าพิมพ์เลยเรา


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 20:34:44

ค่า Cr ที่สูงจะส่งผลทางตรงต่อการขับของเสียออกจากร่างกาย แต่ที่ต้องการทราบคือถ้า Contrast ที่ฉีดเข้าไปแล้วในผู้ป่วย Cr สูงๆนี้มันไปทำปฏิกิริยาอะไรกับร่างกายเพราะถึงแม้Contrastเราจะถือได้ว่า เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปอยู่ในร่างกายมันก็จะถูกAbsorpt คือหลังจากนี้มันไปอยู่ที่ไหนในเมื่อไตทำงานได้ไม่เต็มที่


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 21:35:12

ก่อนทำการตรวจพิเศษและต้องมีการฉีดสารทึบรังสี (contrast media) เข้าสู่เส้นเลือด จะต้องเจาะเลือดตรวจดูค่า creatinine ซึ่งค่านี้จะแสดงถึงการทำงานของไตว่าปกติหรือไม่ โดยค่าปกติจะอยู่ในช่วง 0.7-1.5 dl/mg แต่อาจจะได้ถึง 2 ถ้าจำเป็นต้องทำ เพราะว่าถ้าค่า cr สูงๆ แสดงว่าไตทำงานไม่ดีและเมื่อยิ่งฉีด contrast เข้าไปแล้วอาจจะเกิด renal failure ได้ ซึ่งอาจต้องปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อทำการตรวจต้วยวิธีอื่นที่ปลอดภัยกว ่า ส่วนทำไมถึงต้อง NPO นั้น เนื่องจากว่าคนไข้อาจเกิดการแพ้ contrast ที่ฉีดเข้าไป จนเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ้าเกิดคนไข้ทานข้าวมา อาหารที่ทานเข้าไปก็อาจจะไปอุดตันทางเดินหายใจ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่พอมีตังค์ก็จะเลือกใช้ non-ionic contrast เนื่องจากปลอดภัยมากกว่า แต่แบบธรรมดาก็ยังใช้กันทั่วไป แต่ต้องซักประวัติให้ดี


บันทึกเมื่อ: 7 ก.พ. 2007 23:15:07

มัน ไม่ absorbt อะไร หรอก ไตจะพยายาม ขับ มันออกมา แต่ในเมื่อไตมันไม่ดี ไตก็จะเกอดภาวะไตวาย ในบางรายที่ หมออยากทำแต่ Crสูง จะให้น้ำเกลือก่อนและหลังทำ แต่ ภาพจะไม่ชัดได้


บันทึกเมื่อ: 8 ก.พ. 2007 11:15:45

สารทึบรังสีจะถูกขับถ่ายโดยการกรองผ่าน
glomerulus เป็นส่วนใหญ่ และจะออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าใช้สารทึบรังสีปริมาณมากกว่า 4-4.5 มล./กก. อาจทำให้ไตถูกทำลายได้เนื่องจากการดูดกลับโซเดียมลดลงหากมีโรคเบาหวานร่วม กับมีภาวะพร่องของการทำงานของไตด้วยแล้ว คือค่า Cr มากกว่า 1.5 มก.ต่อ ลูกบาศก์เดซิลิตร ก็มีความเสี่ยงเพิ่ม มากขึ้น


บันทึกเมื่อ: 14 ก.พ. 2007 09:43:21

ไม่ทราบว่าที่หน่วยงานของคุณทำเรื่องความเสี่ยงกันหรือเปล่าถ้ากำลังทำ คุณจะรู้ว่าเราควรให้ความสำคัญกับผู้ป่วยขนาดไหน โดยเฉพาะการนัดตรวจPT ซึ่งต้องมีการส่งตรวจ BUN /CR ที่ควรทำทุกรายก่อนนัดตรวจอยู่แล้วถ้าผลผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ อ้อ..แล้วที่ ร.พ ของคุณไม่ทราบว่ามีระบบLAN หรือยัง เพราะถ้ามี ก้อควรดูในรายการหัตถการของLAB จะมีค่าเปรียบเทียบอยู่ทำให้เราทราบได้ว่าPT มี่ภาวะเสี่ยงขนาดไหน จะได้พิจารณาต่อไปว่าควรนัดตรวจหรือไม่


บันทึกเมื่อ: 16 ก.พ. 2007 15:17:16

ทำไมต้อง NPO ? สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจโดยการฉีดสารทึบรังสี อาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือ สำลัก หากรับประทานอาหาร เมื่อเกิดสารสำลักเศษอาการอาจจะเข้าไปในหลอดลมได้ เป็นอันตรายมากครับ (เหตุผลเดียวกันเมื่อจะทำการผ่าตัดต้อง NPO) อีกประการหนึ่ง การตรวจ IVP ผู้ป่วยต้องอยู่ในภาวะ Dehydrate ก่อนตรวจ เพื่อจะได้เห็นสารทึบรังสีชัดเจน จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยที่ให้น้ำเกลือขณะตรวจ IVP สีของสารทึบรังสีจะจาง การใช้ Non-ionic มีอันตรายน้อย แต่ราคาแพง และสีสารทึบรังสีก็จางด้วย เพราะมีไอโอดีนน้อยกว่า ionic


บันทึกเมื่อ: 16 ก.พ. 2007 15:21:40

ค่า Cr เป็นค่าที่บ่งบอกถึง สภาวะการทำงานของไต ว่า ปกติหรือไม่ ...เพราะสารทึบรังสีที่ฉีดจะขับออกทางไต หากค่า Cr สูงกว่าค่าปกติ เมื่อฉีด สารทึบรังสีอาจก่อให้เกิด Renal failure ได้


บันทึกเมื่อ: 11 มี.ค. 2007 12:57:41

เพิ่มเติมอีกหนึ่งเหตุผลครับ คือ ต้องการ identify GB ในการตรวจบางอย่างด้วย


บันทึกเมื่อ: 14 มี.ค. 2007 14:44:06

แล้วรู้ใหมครับว่า NPO แปลว่าอะไร อิอิ ??


บันทึกเมื่อ: 14 มี.ค. 2007 14:45:24

NPO ย่อมากจาก???? อิอิ


บันทึกเมื่อ: 14 มี.ค. 2007 20:36:01

Noting per oral ครับ


บันทึกเมื่อ: 22 มี.ค. 2007 10:46:43

การให้น้ำเกลือมีประโยชน์อย่างไร ในผู้ป่วยที่ admit เพราะเห็นคนไข้แทบทุกรายจะเข้าน้ำเกลือตลอด ....สงสัยจัง


บันทึกเมื่อ: 22 มี.ค. 2007 16:30:02

ไปเรียนหมอ ไป


บันทึกเมื่อ: 22 มี.ค. 2007 20:45:49

เหตุไฉนจึงตอบแบบมะนาวไร้น้ำจังเลย


บันทึกเมื่อ: 23 มี.ค. 2007 09:20:30

การให้ NSS เพือที่มีความประสงค์ที่จะให้ยาทางหลอดเลือด แล้วแต่แพทย์จะสั่งว่าจะให้ยา ทุก 4 ชม. หรือ ตามคำสั่ง คนไข้ก็จะไม่เจ็บบ่อยๆ หาเส้นเลือดได้ง่าย หลอดเลือดไม่ตีบ หรือหดตัว หรือไนรายที่ออ่นเพลียไม่สามารถกินอาหารได้ทางปาก มีอาการอาเจียนบ่อยๆ
ผมว่าถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้อง cooment ดีกว่า คุณบุคคลทั่วไป ที่ตอบว่าไปเรียนหมอ ไป พวกเราที่ทำงานด้านนี้ ผมว่าพวกเรารู้ดีกว่าไม่รู้เพราะยังไงการทำงานในโรงพยาบาลก็เห็นคนไข้ทุกๆ วัน รู้ไว้เพื่อให้เกิดปัญญา ไม่ได้เสียหายอะไร เป็นคนไทยด้วยกัน ทำไมต้องสร้างความแตกแยก ดูพี่น้องเราชาวใต้ ทหารที่ไปปฎิบัตหน้าที่ถูกยิงตาย ภรรยา ลูกที่อยู่อีกทางหนึ่งร้องไห้เพราะเกิดการสูญเสีย พวกเราอยู่ทางนี้สบายกว่ากันเยอะเลย เห็นใจเพื่อนชาวรังสีทางภาคใต้
ไม่สร้างสรรค์ ก็อย่าจงทำลาย..................


บันทึกเมื่อ: 23 มี.ค. 2007 10:01:06

NPO ย่อมาจาก Nothing Per Oral ครับ


บันทึกเมื่อ: 23 มี.ค. 2007 11:26:46

ที่ถาม ก็เพราะไม่รู้ แต่อยากหาความรู้ใส่ตัว ไม่น่ามาว่ากันแบบนี้เลย เสียดายนะที่รีงสีเมีคนแบบคุณ นะคุณบุคคล เว็บไซด์เขามีไว้หายความรู้ ไม่ได้มีไว้ต่อว่าคนอื่น จำไว้


บันทึกเมื่อ: 23 มี.ค. 2007 11:29:53

แก้คำผิด เดี๋ยวคุณบุคคลทั่วไปจะอ่านไม่ออก
เสียดายนะที่รังสีเรามีคนอย่างคุณ นะคุณบุคคลทั่วไป เว็บไชค์ เขามีไว้หาความรู้


บันทึกเมื่อ: 27 มี.ค. 2007 10:11:24

ให้น้ำคงไม่ได้ให้กับผู้ป่วยทุกรายหรอกครับผม ส่วนมากจะให้น้ำเกลือในผู้ป่วยที่อ่อนเพลีย ระดับน้ำตาล โซเดียม โปแตสเซียมในเลือดต่ำ บางคนนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนไม่ได้กินข้าวเลยครับ(เกิดภาวะกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ทะลุ) ก็จะให้น้ำเกลือตลอด น้ำเกลือก็คล้ายๆอาหารแต่ให้ทางหลอดเลือด


บันทึกเมื่อ: 28 มี.ค. 2007 00:45:59

ขออนุญาตถามเพราะเนื้อหาใกลัเคียงกันครับ.... ในการตรวจ I.V.P.จับเวลาตอนเริ่มฉีดหรือฉีดContrast Media เสร็จ เพราะอะไร?[url=]


บันทึกเมื่อ: 28 มี.ค. 2007 08:50:17

เริ่มจับตอนเริ่มฉีดครับ

พอฉีดเสร็จสักครู่ ก็ต้องถ่ายภาพแรกเลย

มันเป็น Routine ของรังสีแพทย์ และของแต่ละโรงพยาบาลอ่ะ


บันทึกเมื่อ: 28 มี.ค. 2007 12:13:45

การขับสารทึบรังสีออกทางไตจนถึงกระเพาะปัสสาวะนับตั้งแต่เริ่มฉีดสารทึบรั งสี ต้องใช้เวลา จะขับได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยว่ามีโรคที่มีผลต่อการขับหร ือไม่? 3-5 นาทีแรกน่าจะเริ่มเห็นสารทึบรังสีที่ไต 10 นาที น่าจะเห็นสารทึบรีงสีที่ไต ท่อไต จนถึงกระเพาะปัสสาวะ ดังนั้น การจับเวลา จึงช่วยบ่งบอกถึงภาวะการขับสารของระบบปัสสาวะ ครับ


บันทึกเมื่อ: 28 มี.ค. 2007 12:17:54

ส่วนการตั้งเวลาจะตั้งเท่าไร ขึ้นอยู่กับรังสีแพทย์แต่ละท่าน เช่น 3 , 5 , 10 (นอนคว่ำ) 30 นาที เป็นต้น หรือถ้าเป็นการตรวจ Rapid IVP Series ก็ถ่าย 1 , 3 , 5 หลังจากนั้นก็ถ่ายตามเวลาปกติ


บันทึกเมื่อ: 3 เม.ย. 2007 23:07:46

แล้วแต่ช่วงเวลาที่เราต้องการจะดูว่า ระบบกรองของเสียของไตทำงานได้ดีเพียงใด โดยช่วงเวลาต่างๆจะแสดงให้เห็นว่าสารทึบรังสีเข้าสู่ระบบได้ถึงใหนแล้ว ถ้าต้องการดูหน่วยไตทุกช่วงก้เลือก Rapid sequence แต่ละรายจะมี delay time ที่ต่างกัน การนอนคว่ำมักจะต้องการเน้นดูที่ ureter ให้ชัดเจนขึ้น


บันทึกเมื่อ: 3 เม.ย. 2007 23:35:42

ขอขอบคุณทุกๆท่านครับ ที่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ และจะนำไปใช้ในการให้บริการประชาชนที่ถูกต้องต่อไป.....


บันทึกเมื่อ: 15 เม.ย. 2007 17:14:34

ช่วยให้ความรู้หน่อยนะค่ะทำไมเราต้องx-raychest คนไข้ก่อนadmit หรือว่าก่อนเข้าOR ทุกครั้งด้วยค่ะเพราะคนไข้ชอบถามตลอดเลยค่ะ


บันทึกเมื่อ: 17 เม.ย. 2007 15:54:48

มีคนตั้งกระทู้เรื่องCXRแล้วที่ ถามตอบทั่วไปเกี่ยวกับรังสีนี้ ลองค้นดูนะ

:: คำตอบของท่าน
Bold Style  Italic Style  Underlined Style  Image Link  Insert URL  Email Link 
โปรดใช้คำสุภาพ

ตรวจสอบ ไทย/อังกฤษ ก่อนที่จะสนทนา
กรุณาอย่า Post ซ้ำหลายครั้ง
: : ขอสงวนสิทธิในการลบ ข้อความหรือกระทู้ที่ Post ซ้ำหลายครั้ง
: : Post รับสมัครงานให้ Post ใน http://www.xraythai.com/job

Member Only
สำหรับสมาชิกเท่านั้น ที่จะลงข้อความได้ หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ช่วยสมัครด้วยนะครับ // ร่วมสร้างสังคม Online ให้น่าอยู่ Click ลงทะเบียนด้านบนครับ
» ชื่อ » รหัสผ่าน (สำหรับผู้ลงทะเบียนแล้ว)

ใส่รหัสภาพ


XrayThai.Com © รังสีวิทยาไทย
ThaiGirlsZone.Com